วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

                    การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อกระบวนทัศน์การศึกษาอย่างไร




เทคโนโลยีสารสนเทศ   (Information Technology) หรือ IT คือ การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศ ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจประกอบด้วย  เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมต่างๆ รวมทั้งซอฟท์แวร์ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในงานเฉพาะด้าน ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จัดเป็นเครื่องมือทันสมัย และใช้เทคโนโลยีระดับสูง (High Technology)
          
         กระบวนการในการนำอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ข้างต้นมาใช้งาน เพื่อรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป เช่น การจัดเก็บข้อมูลในลักษณะของฐานข้อมูล เป็นต้น

            ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ มีบทบาทที่สำคัญในทุกวง
    การ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การ
    ศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัย
    และการพัฒนาต่าง ๆ นั้นแสดงให้เห็นว่าถ้าเทคโนโลยีสารสนเทศมีการ
    เปลี่ยนแปลงไปตามยุคกาล เวลาแล้วสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นก็จะส่ง
    ผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย



http:/
                                   ที่มา: http://www.kruthai.info/views.php?article_id=1437


              เมื่อสมัยก่อนกระบวนทัศน์ทางการเรียน การสอนของไทยเราเน้น "ครู" 
     เป็นศูนย์กลางในการศึกษา เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนเพียงผู้เดียว
     โดยใช้แหล่งข้อมูลเป็นหนังสือเรียนเพียงอย่างเดียว ทำให้ผู้เรียนนั้นมีอิสระ 
     ภาพในการหาแหล่งความรู้ค่อนข้างน้อย เพราะต้องคอยครูสอนเพียงอย่าง
     เดียว จึงทำให้การเรียนการสอนนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างช้า และที่สำคัญการ
     เรียนการสอนนั้นกระจุกตัวอยู่แค่ในตัวเมือง แต่ในชนบทการเข้าถึงของแหล่ง
     ความรู้ของการศึกษานั้นน้อยยิ่งนัก 
             ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ  ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการ
     ศึกษาทางเรียนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะห้องเรียนและครูแบบสมัยก่อ การเรียน
     การสอนแบบดั้งเดิมจะ ลดน้อยลง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน
     เปลี่ยนไป เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ ให้ต่างแบบเดิม 
              การศึกษา เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากอิทธิพลของสภาพแวด
     ล้อมของเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งอาศัยสื่อที่ทันสมัยโดยเฉพาะเทคโนโลยี
    ทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวสามารถเชื่อม 
    โยงข้อมูลและผู้คนหลายสิบล้านคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการไหลเวียน
    ของข้อมูลข่าวสารในเวลาอันสั้น
              การศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพียงแต่ปลายนิ้วสัมผัส
    โดยอาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet) เกิดเป็นชุมชนบนเครือข่ายขึ้น
     ผู้คนสามารถติดต่อสัมพันธ์กันผ่านจอคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น ข้อมูลข่าวสาร
     ความรู้จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญไปสู่อำนาจและความมั่นคงของประเทศและ
     เป็นกุญแจที่จะไปสู่ข้อมูลข่าวสารความรู้ ก็คือ "การศึกษา"

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลด้านกระบวนทัศน์การศึกษาดังต่อไปนี้

   1 .พัฒนาการศึกษา


                    
                 ที่มา: http://www.stou.ac.th/offices/oes/oespage/guide/page_2/confer.html              


             ถ้าย้อนกลับมาดูพัฒนาการทางการศึกษาของประเทศไทยจะเห็นได้ว่าอาศัยความก้าวหน้าทางด้านการสื่อสาร เป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางไกล   
             ตัวอย่าง ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้ใช้ระบบนี้ในการจัดการศึกษาซึ่งพบว่า การจัดการศึกษาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางด้านการสื่อสารทั้งสิ้น กล่าวคือ สมัยแรกที่กิจการไปรษณีย์เป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง การสอนทางไกลก็จะไปเกี่ยวกับการบริการทางไปรษณีย์คือการเอาสิ่งพิมพ์ในรูปของตำราส่งไปทางไปรษณีย์เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนที่บ้าน
              ต่อมาเมื่อวิทยุเข้ามามีบทบาทในการ สื่อสาร มหาวิทยาลัยทางวิทยุก็เกิดขึ้น และใช้สื่อวิทยุซึ่งเป็นสื่อเสียงในการสอน และก็อาจมีสื่อสิ่งพิมพ์ประกอบด้วย และเมื่อโทรทัศน์เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมวลชน ก็เกิดมีมหาวิทยาลัยที่สอนโดยใช้โทรทัศน์ร่วมกับเอกสาร สิ่งพิมพ์
              
2.พัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ


                             ที่มา : http://thanchal.blogspot.com/2010/03/blog-post_01.html


              เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อการศึกษา และโดยเฉพาะการนำมาปรับใช้สำหรับคนพิการได้ผลดีอย่างมากมาย กล่าวคือคนพิการสามารถพึ่งตนเองในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Independent Learning) ไม่เป็นภาระแก่ผู้ดูแลอย่างที่เคยเป็นมาก่อนในอดีต การเรียนเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็วเทียบเท่ากับคนทั่วไป ตัวอย่างเช่น คนตาบอดสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เขียนหนังสือ และพิมพ์ออกมาเพื่อนำมาใช้กับคนปกติทั่วไปผลงานการพิมพ์ก็สวยงามมี คุณภาพรวดเร็วกว่าการใช้เขียนเป็นอักษรเบรลล์
              คอมพิวเตอร์ที่ปรับใช้แล้วยังสามารถอ่านข้อความที่ปรากฎบนจอให้ ผู้พิการทั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คนช่วยอ่านอีกต่อไป ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจึงได้ผลดีสำหรับคนตาบอด และ ช่วยให้สัมฤทธิ์ผลต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตในปัจจุบัน
            การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับคนพิการเป็นสิ่งที่ช่วยคนพิการให้เกิดการเรียนรู้และสามารถพึ่ง ตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อพิจารณาถึงการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ทำให้เกิดความ เข้าใจ และปลูกจิตสำนึกในสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งนำไปสู่ความเท่าเทียมกันของด้านโอกาสในการเรียนรู้การประกอบอาชีพ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม


นอกจากนั้นยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้มีการพัฒนาขึ้นไปอีก
          
             เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้สำหรับการสอนเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง ทำให้การเรียนการสอนด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector) มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่างๆ รูปแบบของสื่อการศึกษาที่นำมาใช้ในการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำมาใช้ ตัวอย่างเช่น

1.การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลักอาศัยเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ท



               การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียนที่มีสภาพการเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นการนำเอาสื่อการเรียนการสอนเป็นเทคโนโลยีสูงสุดมาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนให้เกิดการเรียนรู้จากการสืบค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครือข่ายทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานที่และทุกเวลา การจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ
  • ·         เวิล์ดไวด์เว็บ
    ใช้สำหรับเป็นแหล่งความรู้ฐาน และเป็นแหล่งความรู้ภายนอกเพื่อการสืบค้น
  • ·         อีเมล์
    ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างอาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยกันใช้ส่วนการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย
  • ·         กระดานข่าว
    ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่าง ผู้เรียน อาจารย์ และผู้เรียนเป็นกลุ่ม ใช้กำหนดประเด็นหรือกระทู้ตามที่อาจารย์กำหนด หรือตามแต่นักเรียนกำหนด เพื่อช่วยกันอภิปรายตอบคำถามในประเด็นที่เป็นกระทู้นั้น ๆ
  • ·         แชท
    ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียน อาจารย์และผู้เรียน โดยการสนทนาแบบเวลาจริง (Real time) โดยมีทั้งสนทนาด้วยตัวอักษรและสนทนาทางเสียง (Voice Chat) ลักษณะใช้คือใช้สนทนาระหว่างผู้เรียนและอาจารย์ ใน ห้องเรียนหรือชั่วโมงเรียนเสมือนว่ากำลังเรียนอยู่ในห้องเรียนจริงๆ
  • ·         ไอซีคิว
    ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียน อาจารย์และผู้เรียนโดยการสนทนาแบบเวลาจริง หรือหลังจากนั้นแล้ว โดยเก็บข้อความไว้ การสนทนาระหว่างผู้เรียนและอาจารย์ในห้องเรียนเสมือนว่ากำลังคุยกัน ในห้องเรียนจริงๆ และ บางครั้งผู้เรียนก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเวลานั้นๆ ไอซีคิวจะเก็บข้อความไว้ให้และยังทราบด้วยว่าในขณะนั้นผู้เรียนอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่
  • ·         การบ้านอิเล็กทรอนิกส์
    ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เรียน อาจารย์เป็นเสมือนสมุดประจำตัวนักเรียน โดยที่นักเรียนไม่ต้องถือสมุดการบ้านจริงๆ และใช้ส่งงานตามที่อาจารย์กำหนด เช่น ให้เรียนรายงานโดยที่อาจารย์สามารถเปิดดูการบ้านอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและเขียนบันทึกเพื่อตรวจงาน และให้คะแนนได้แต่นักเรียนจะเปิดดูไม่ได้
           ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าประโยชน์ของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและการเรียนการสอนโดยใช้เว็บต่อการศึกษายังมีอีกมาก   มหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งจึงเร่งที่จะมีโครงการสร้างเครือข่ายความเร็วสูงขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อให้ทรัพยากรภายในและผู้ใช้เชื่อมโยงถึงกันได้ นอกจากนั้นยังสามารถต่อเชื่อมเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้

2. มัลติมีเดีย

                       
            
          มัลติมีเดียเป็นสื่อทางการเรียนการสอนและการศึกษาที่มีขอบเขตกว้างขวาง เพิ่มทางเลือกในการเรียนและการสอน สามารถสนองต่อรูปแบบของการเรียนของนักเรียนที่แตกต่างกันได้ สามารถจำลองสภาพการณ์ของวิชาต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ได้ นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงก่อนลงมือปฏิบัติจริง สามารถที่จะทบทวนขั้นตอนและกระบวนการได้เป็นอย่างดี จึงกล่าวได้ว่ามัลติมีเดียมีความเหมาะสมที่นำมาใช้ทางการสอนและการศึกษา
          ด้านการศึกษาวิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ทำให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านทางจอภาพ โทรทัศน์และเสียง นักเรียนในห้องเรียนที่อยู่ห่างไกลสามารถเห็นภาพและเสียงของครู สามารถเห็นอากับกิริยาของ ผู้สอน เห็นการเคลื่อนไหวและสีหน้าของครูสอน                                           
           มัลติมีเดียสามารถเชื่อมทฤษฎีและการปฏิบัติเข้าด้วยกันคือ ให้โอกาสผู้ใช้บทเรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติในสิ่งที่ได้เรียนในห้องเรียน และช่วยเปลี่ยนผู้ใช้บทเรียนจากสภาพการเรียนรู้ในเชิงรับ มาเป็นเชิงรุก ในด้านของผู้สอนใช้ มัลติมีเดียในการนำเสนอการสอนในชั้นเรียนแทนการสอนโดยใช้เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ ทั้งนี้เนื่องจากมัลติมีเดียจะสามารถนำเสนอความรู้ได้หลายสื่อและเสมือนจริงได้มากกว่าการใช้สื่อประเภทแผ่นใสเพียงอย่างเดียว
         
              มัลติมีเดียจึงเป็นสื่อทางการเรียนการสอนและการศึกษาที่มีขอบ
    เขตกว้างขวางเพิ่มทางเลือกในการเรียนและการสอนความเหมาะสมที่นำมา
    ใช้ ทางการสอนและการศึกษา
             

    3. ระบบการเรียนการสอนทางไกล            

                                                            




                                  ที่มา : http://www.dlfeschool.in.th/T-Training/unit1/images/pic01.jpg


           ระบบการศึกษาเน้นระบบการกระจายการศึกษา การเรียนการสอนในห้อง
     เรียนปกติและมีครูเป็นผู้สอนจำกัดเวลาเรียนตายตัว และต้องเรียนในสถานที่ที่
     จัดไว้ให้ก็อาจ เปลี่ยนแปลงไปเป็นการจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยี
     สารสนเทศเข้าไปมีส่วนช่วยในการเรียน รู้ และเชื่อมโยงการสอนของครูที่เก่า
     หรือเชี่ยวชาญไปสู่ ผู้เรียนในสถานที่ต่างๆ ได้ทั่วถึง และรวดเร็ว ระบบการ 
     เรียนการสอนทางไกล จึงเกิดขึ้น ซึ่งสนองความต้องการของสังคม ปัจจุบันซึ่ง
     เป็นสังคมข่าวสารการ สอนทางไกลเป็นการเปิดโอกาสและกระจายโอกาสทาง
     การศึกษาไปสู่บุคคล กลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึงทำให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิต

     4. วิดีโอออนดีมานด์
           วิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาโดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ควมเร็วสูงทำให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่างๆ สามารถเลือกรายการวีดิทัศน์ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา
           วิดีโอออนดีมานด์เป็นระบบที่มีศูนย์กลางการเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ไว้จำนวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกชมรายการใดก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบที่จะนำมาใช้ในเรื่องการเรียนการสอนทางไกลได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองต้องการเรียนหรือสนใจได้

ซึ่งทาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ใช้ระบบวิดีโอออนดีมานด์ เป็นสื่อการเรียนการสอน พบว่าทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพขึ้น


                 การเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศมีลักษณะเป็นแบบก้าวหน้าต่อไปเรื่อย การพัฒนาการเหล่านี้ย่อมมีบทบาทที่สำคัญต่อการศึกษาอย่างมาก สำหรับนิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ ได้ประโยชน์กับจุดนี้ค่อนข้างมาก ถ้าเราสนใจศึกษา และใช้ให้ถูกกับหลักการใช้งาน ย่อมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเราแน่นอน 



                               
                                   ที่มา : http://atipong1988.blogspot.com/2011/11/12.html

           อีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะหยิบยกให้เห็นว่า ในสังคมยุคปัจจุบันของเรา
เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ( Learning Society ) ในปัจจุบันนั้น สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษาจะมีบทบาทสาคัญค่อนข้างมากต่อการนำมาใช้ในการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพทางการเรียนในสังคมยุคใหม่ในปัจจุบันที่สื่อการศึกษาประเภท คอมพิวเตอร์ "จะมีอิทธิพลค่อนข้างสูงในศักยภาพการเรียน
การสอน

                                   

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/15857/1.jpg


             ดิฉันอยากจะเกริ่นนำเรื่อง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต
( Tablet PC ) นับได้ว่าเป็นสื่อกระแสหลักที่กำลังมาแรงในสังคมยุคออนไลน์หรือสังคมสารสนเทศระบบเปิดในปัจจุบัน เป็นสื่อที่ถูกนามาใช้ประโยชน์ในทุกกลุ่มอาชีพรวมทั้งการศึกษาและการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับเนื่องมาจากสมรรถนะทางเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกและมีประสิทธิภาพสูงในการใช้งานจึงทาให้สื่อดังกล่าวมีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน
                   แม้แต่ในวงการศึกษาไทยที่ภาครัฐยังได้กาหนดและสนับสนุนการใช้ให้เกิดการเรียนรู้ในวงกว้างในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามนวัตกรรมและเทคโนโลยีตามกระแสสังคมต้องมีการวางแผนและปรับใช้อย่างรอบคอบ
.............................. ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ดิฉันสนใจศึกษาและมีอีกหลายประเด็นที่ถกเถียงกันซึ่งดิฉันมองเห็นมุงมองหลายแนวซึ่งก็อยากให้ติดตามในบล็อกหน้าที่จะเขียนต่อไป เกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมใหม่ 
          สำหรับตัวดิฉันเองในฐานะที่เป็นนิสิตการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อกระบวนทัศน์การศึกษา คือ การเรียนการศึกษาของดิฉัน สมัยก่อนต้องเขียนรายงานใส่กระดาษค่อนข้างเยอะและเสียเวลา และที่สำคัญทำให้เบื่อหน่ายกับการเรียนค่อนข้างมาก
          ปัจจุบัน ใช้อีเมล์ติดต่อสื่อสารระหว่างอาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยกันใช้ในส่วนการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย  หรือแม้กระทั่งการทำ บล็อก เกี่ยวกับรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งการทำบล็อกส่งเหมือนกับการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในเนื้อหาที่เข้ามาอ่าน และที่สำคัญ มักจะมีแม่แบบ พื้นหลังที่สวยงาม ทำให้ผู้ทำบล็อกเกิดความเพลินเพลิด และตั้งใจบล็อกเพื่อถ่ายทอดความรู้ออกมา    สิ่งนั้นก็ล้วน  เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มาเปลี่ยนระบบการศึกษาแบบเก่าให้มีความรวดเร็วขึ้นรวมทั้งเปลี่ยนแปลงผู้เรียนอย่างดิฉันให้สนใจการเรียนยิ่งขึ้น
            การจัดทำบรรณานุกรมและการอ้างอิงนับเป็นส่วนสำคัญในการทำรายงาน ผลงานทาง วิชาการและการวิจัยต่างๆ ทั้งนี้เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยให้ผลงานที่ทำมีความน่าเชื่อถือแล้วอยังเป็นการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์อีกด้วย
เดิมทีการจัดทำบรรณานุกรมและอ้างอิงอาจยุ่งยากและใช้เวลาในการเขียน การตรวจสอบรูปแบบที่ถูกต้อง รวมไปถึงการรวบรวมรายการอ้างอิงที่นำมาอ้างให้ครบถ้วน แต่ปัจจุบันดิฉันใช้มีโปรแกรม (EndNote) เข้ามาช่วยให้การจัดการบรรณานุกรมและการอ้างอิงช่วยทำให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำให้ชีวิตการศึกษาสะดวกสบายมากขึ้น
              การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศย่อมมีผลดีต่อกระบวนทัศน์การศึกษาไทยแน่นอน แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมและทั่วถึงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ในบล็อกนี้เนื้อหาอาจจะเยอะพอสมควร ซึ่งดิฉันพยายามรวมรวบจากหลายแหล่ง และเสนอแนวความคิดให้เห็นมุมมองหลายๆแง่ ซึ่งถ้าได้เข้ามาอ่านอาจจะมีแนวคิดต่อยอดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษามากขึ้น 


อ้างอิง
www.vclass.mgt.psu.ac.th/.../12-4535013-4535322-chap12.doc 











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น